วันนี้จะมาต่อในบันทึกหน้าที่สอง เนื้อหามีดังต่อไปนี้

“ชายสวมเสื้อสีขาวออกไปแล้ว และอนุญาตให้เราเขียนบันทึกเล่มนี้ต่อได้หากเราอยากจะเขียน ชายคนนั้นมีลักษณะเช่นไรนั้นยากจะอธิบาย รู้แต่เขาใส่แว่น(ไม่หนา) ผมหงอกประปราย อายุราวห้าสิบสองห้าสิบสามได้ เขาถามเราหลายๆเรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับอารมณ์ในขณะนั้นและเรื่องตัวเราทั้งหลายที่ก็ไม่เข้าใจว่าจะถามทำไมหลายๆเรื่องทั้งที่ถามอยู่ทุกวัน

ตอนนี้มืดแล้ว ท้องฟ้ามืดไปหมด เราเลิกมองออกไปข้างนอกแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มห้าสิบนาทีและเราคงต้องนอนอีกแล้ว ”

หน้าที่สองจบลงเท่านี้

(หน้าที่สาม เขียนไว้ว่าวันที่ 20 มีนาคม 2001)

” เราไม่ได้เขียนบันทึกมาราวๆสามปีแล้ว สมุดเล่มเดียวที่บอกได้ว่าเคยมีผู้เขียนมันเคยมีตัวตนอยู่และในขณะที่เขียนตัวอักษรลงในหน้ากระดาษนั้นผู้เขียนรู้สึกอย่างไร

วันนี้เราเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยกับการถูกจำกัดอิสระ เหนื่อยที่จะต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เหนื่อยที่จะตอบคำถามของชายคนนั้น

เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนั้นหลังจากอยู่ในห้องนี้มานาน เราบอกว่าอยากออกไปข้างนอกแต่เมื่อถูกถามกลับมาว่าจะไปไหนเราก็คิดคำตอบไม่ออก ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าคิดไม่ออกแต่คำตอบไม่มีอยู่แต่แรกแล้ว ไม่มีทางเลยที่จะได้ไปไหนนอกจากในห้องนี้ หรือถึงแม้คนที่นี่จะต้องไปกันหมด เราก็เป็นคนเดียวที่ต้องอยู่ที่นี่ ในนี้!

แต่ว่าตอนนี้เราก็ยังมีเรื่องให้ดีใจเพราะในที่สุดเขาก็อนุญาตให้เราทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากเขียนบันทึกได้แล้ว ตอนนี้เราได้ดินสอ ยางลบ และกระดาษแล้ว แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะวาดอะไร คงเป็นนอกหน้าต่าง ภาพที่ไกลออกไป

ต่อไปนี้จะไม่เขียนถึงเวลาอีก เวลาไม่เคยมีค่าอะไรเลยสำหรับเรา บันทึกเล่มนี้จะเป็นเรื่องราว ชีวิต และทุกสิ่ง

ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆห้องนี้ “