เราถามเพื่อนชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่ง…อันที่จริงก็ไม่ได้เพื่อนเท่าไรแต่จะเรียกน้าก็กระไรอยู่

เราพอจะรู้ว่าการตั้งคำถามเรื่องพระเจ้ากับคริสเตียนนี่อาจจะออกไปทางหมิ่นเหม่อยู่ แต่ในเมื่อไม่มีเจตนาก็ต้องถามกันก่อนล่ะ เราถามเรื่องพื้นๆว่าในฐานะที่คุณเป็นคริสเตียน คุณคิดยังไงกับคำว่าพระเจ้า?

เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบว่าในความเห็นของเขา เขาคิดว่าพระเจ้าไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่จริง (He’s not a physical thing. He’s not even he.) จากสองประโยคต้นๆที่ยกตัวอย่างน่าจะหมายความว่าพระเจ้าของเขานั้นไม่มีตัวตนทางกายภาพ(Physical thing)และอีกประโยคตัดมาคือ “He’s not exist but we all know he’s always there.”

การอธิบายของเพื่อนผู้นี้บอกกับเราว่าพระเจ้าไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่สรรพสิ่งใดสรรพสิ่งหนึ่ง หรือแม้แต่ไม่ใช่ตัวตน ดังนั้นคำถามสำหรับบางคนคือ “พระเจ้าคืออะไรจริงๆกันแน่เล่า?” หรืออาจเป็น “เราไม่เชื่อในพระเจ้า” แต่อย่าพึ่งด่วนสรุป

การที่เราเป็นคนพุทธนั้นไม่ใช่ว่าเราจะปฏิเสธคำว่าพระเจ้า(เรื่องราว)ได้อย่างสิ้นเชิงหากไม่ได้พิสูจน์(เป็นที่รู้กันว่าใครเป็นคนบอกเรื่องนี้ไว้)

พระเจ้าในความเชื่อคือผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง จัดสรรจัดการทุกอย่างตามที่มันควรจะเป็น และแน่นอนล่ะ พระเจ้านั้น “มีเหตุผล” คำว่ามีเหตุผลในข้อนี้ก็สอดคล้องไปคล้ายคลึงกับความเชื่อของพุทธที่เรียกว่า “กฏแห่งกรรม”(แรงกระทำส่งผลต่อสิ่งๆหนึ่ง สิ่งๆนั้นจะมีแรงกระทำส่งกลับไปเท่าเดิม หรือ Action = Reaction)

ความรักจากพระเจ้าในแง่ของคริสเตียนนั้นไม่น่าจะใช่การรักระหว่างบุคคลถึงบุคคล แม้กระทั่งความรักระหว่างพ่อแม่ลูกก็ยังไม่ใช่ความรักของพระเจ้า แต่ความรักของพระเจ้านั้นเท่าเทียม มีเหตุผล และจัดสรรทุกอย่างตามเหตุปัจจัย(เราใช้คำว่า “น่าจะ” เพราะเราก็ไม่ได้ศึกษาเรื่องคริสต์ลึกซึ้งมาก)

หลังจากที่เราฟังความเห็นเรื่องพระเจ้าแล้วเราก็ตั้งคำถามกลับไป “Do you think it’s possible , if your god is nature.”

คำตอบของเพื่อนคนนี้จะเป็นยังไงก็คงไม่สำคัญมากเท่าไรเพราะเราก็ไม่อาจรู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง

แต่จากการคุยกันครั้งก่อนๆ ความเห็นของเพื่อนคนนี้เกี่ยวกับศาสนาคือการสร้างคำว่า “พระเจ้า” ขึ้นมาให้ผู้คนเดินตามตัวเองได้เสียก่อน จึงจะสอนสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ได้ เพราะถ้าคนส่วนมากไม่รู้สึกถึงอำนาจของพระเจ้าที่มากกว่าตนเสียก่อน การให้ความรู้ที่จำเป็นก็เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนที่ไม่เปิดรับ ดังนั้นคำว่าพระเจ้าจึงเป็นกุญแจหลักที่จะเปิดใจผู้คนได้

(ศาสดาหรือคุรุทั้งหลายสำหรับเราคือผู้ที่เข้าใจธรรมชาติหรือพระเจ้าได้ในระดับที่สูงกว่าคนทั่วไป)

แต่ถ้ามองมาถึงฝั่งตะวันออกก็จะเป็นการเข้าถึงธรรมชาติ แต่ถ้ามีการปฏิบัติของทางนับถือพระเจ้าก็จะเรียกว่าการเข้าถึงพระเจ้า

เราจะไม่สรุปว่าสองอย่างเป็นสิ่งเดียวกัน และเราไม่ต้องการรู้คำตอบของคำถามนี้

พระเจ้าไม่ใช่คนสร้างทุกสรรพสิ่ง แต่พระเจ้าคือทุกสรรพสิ่ง และทุกสรรพสิ่งมันก็สร้างตัวของมันเองด้วยเหตุผลบางอย่าง

ดังนั้นข้อสรุปด้านบนที่ผลสรุปสั้นๆว่า พระเจ้าคือธรรมชาตินั้นจริงหรือไม่? เราไม่รู้หรอก